[Fic Parksborn] Farewell

posted on 22 May 2014 00:08 by windmill in Fiction, Movies directory Fiction

 ในเอนทรีย์(ชาติ)ที่แล้ว มีคนบอกไว้ว่ามันจะเขียนคู่บราวน์แฮมว่ะเฮ้ย

เขียนแล้วนะ...แต่ไม่จบ 

(เขียนหลายตอนด้วยไม่จบซักตอน)

ไปๆมาๆไปติดฟิคชาวบ้านแทนซะงั้น

AGlassRoseNeverFades << ตามไปอ่านกันเถิด ช้านติดทุกเรื่อง

นอกเรื่องไปไกล วกกลับมาๆ

เสียหลักจากฮันนิบาลไประยะนึง ไปเป็นติ่งดีฮาน 555

ผลข้างเคียงจึงตกมาถึงแฮรี่ ออสบอร์นด้วย จริงๆแค่อยากเขียนตอนเด็กของสองคนนี้

..........................................................................................................................

[Fic Parksbon] Farewell

Pairing : peter parker/Harry osborn

ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ว่า จะต้องพบกับการจากลาวันไหน

 

                เบื้องหน้าของปีเตอร์   คือป้ายหลุมศพของพ่อกับแม่  เด็กหนุ่มยืนมองแผ่นหินที่สลักชื่อของครอบครัวปาร์คเกอร์   ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบรอบข้าง  เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่เขาแวะมาที่นี่ทุกวัน   ในใจของเขาตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่า  ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  พ่อกับแม่ทิ้งเขาไว้กับป้าเมย์และลุงเบน  ยังไม่ทันที่จะได้รู้เหตุผลด้วยซ้ำ  ตัวเขาเองกลับได้รับข่าวร้ายยิ่งกว่า  เรื่องที่พ่อกับแม่ได้เสียชีวิตแล้ว  มันเหมือนทุกอย่างในโลกหมุนกลับ  ทุกความสงสัยที่หาคำตอบไม่ได้  เมื่อไรที่คิดถึงเรื่องนี้  ตัวเขาเองก็มักจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลุมศพนี้ทุกครั้ง

                เม็ดฝนเริ่มกระหน่ำลงมาเป็นสาย  ปีเตอร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม  ปล่อยให้ความคิดไหลไปกับสายฝน  จู่ๆเม็ดฝนรอบๆตัวก็เริ่มหายไป เด็กหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นมอง  แล้วก็ได้พบว่าเป็นฝีมือของเพื่อนรักนั่นเองที่ยืนกางร่มให้อยู่

                “ พีท ถ้านายยังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ฉันจะยืนเป็นเพื่อนนาย ” แฮรี่ตบไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตนเอง

                ปีเตอร์สบตาแทนคำตอบ น้ำตาค่อยๆรื้นออกจากดวงตาทั้งสองข้าง แฮรี่สวมกอดปลอบโยนเพื่อนรัก

                “ ไม่เป็นไรพีท ร้องออกมาเลย ”

                “ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ ที่นายอยู่ตรงนี้ ” ปีเตอร์ค่อยๆผละออกจากอีกฝ่าย เด็กหนุ่มเอามือปาดน้ำตาทิ้งพร้อมรอยยิ้มเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อแฮรี่เห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มดีขึ้น เขาจึงยิ้มตอบพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

                “ จำไว้นะพีท ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะยืนข้างนายเสมอ ฉันสัญญา ”

                “ ฉันเองก็จะไม่มีวันทิ้งนาย แฮรี่ ฉันสัญญา ”

 

..........................................................................................................................

 

                “ พีท พ่อจะส่งฉันไปเรียนต่อ ฉันไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกเมื่อไร ”

                ปีเตอร์รู้สึกใจหายกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ความรู้สึกของคนตรงหน้าเจ็บปวดกว่าตัวเขาหลายเท่านัก เด็กหนุ่มพยายามที่จะหาคำพูดมาเพื่อปลอบใจอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมา

                “ ฉันไม่อยากไป พีท นายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวในชีวิตฉัน ฉันคิดมาตลอดว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันไปจนโต ”

                ปีเตอร์รู้สึกลำคอของเขากำลังแห้งผาก ในสถานการณ์ตรงหน้าเขาอยากที่จะช่วยเหลือเพื่อนรักได้มากกว่านี้  แต่ตัวเขาเองกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย

                “ อย่ากังวลไปเลย แฮรี่ ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจะรอนายอยู่ที่นี่ นายกลับมาหาฉันได้เสมอ ”

ขอบตาของแฮรี่แดงก่ำ ราวกับเจ้าตัวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

                “ ไม่เอาน่า แฮร์ ทำตัวขี้แยไปได้ ไม่สมกับเป็นนายเลย ” ปีเตอร์กอดคอเพื่อนรัก พลางขยี้ผมของแฮรี่เสียจนกระเซิง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มออกอาการโวยวาย เจ้าตัวก็หัวเราะออกมาสุดเสียง

                “ ต้องแบบนี้สิ ถึงจะสมเป็นคุณชายออสบอร์นตัวจริง ” เมื่อแฮรี่เริ่มจัดทรงผมจนเข้าที่เข้าทางได้แล้ว ปีเตอร์ก็ถูกผลักเสียจนหน้าหงาย

                “ ฉันต้องนั่งเซ็ตผมอยู่เป็นชม. แล้วดูที่นายทำกันผมฉันสิ! ”

                “ นายไม่ได้ทำเองซะหน่อย คนใช้นายต่างหาก ”

                “ แล้วยังไง? ฉันเป็นคนหวีนะ คนอื่นก็แค่ถือไดร์ให้เท่านั้นเอง ”

                “ ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว เดี๋ยวบาร์เบอร์ปาร์คเกอร์ จะเนรมิตผมให้คุณชายใหม่เอง  ”   

                หลังจากที่ทั้งคู่ยอมสงบศึกลง แฮรี่จึงนั่งนิ่งๆให้อีกฝ่ายเป็นคนหวีผมให้   

                “ พีท วันที่ฉันต้องเดินทาง นายไปส่งฉัน จนกว่าฉันจะขึ้นเครื่องเลยได้มั้ย ช่วยอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะมองไม่เห็นนาย สัญญาสิ ”

                ปีเตอร์แปลกใจกับคำขอร้องที่ดูเหมือนประโยคคำสั่งมากกว่าของคนตรงหน้า แต่เขาก็ยังยินดีที่จะทำตามเพราะเขารู้ดีว่าแฮรี่รู้สึกยังไง

                “ ได้สิ ฉันสัญญา ”

 

...................................................................................................

 

                “ นานแค่ไหนแล้ว ที่เราไม่ได้เจอกัน? ”

                เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ทั้งสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ลึกๆในใจแฮรี่ยอมรับว่า เขากลัวการที่จะต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนรัก เขากลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวว่านั่นจะไม่ใช่พีทคนเดิมของเขา ท่าทีที่แสดงออกจึงดูเย็นชาและห่างเหิน  แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินจากไป  กำแพงที่สร้างมาในตอนแรกกลับพังลงไม่เหลือชิ้นดี  แท้จริงแล้วเขารู้สึกดีใจมากที่ได้เจอเพื่อนรักอีกครั้ง มันเหมือนกับนี่เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด  ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะตะโกนรั้งคนตรงหน้าไว้  

                “ นายถอดเหล็กดัดฟันออกแล้วนี่ ” ได้ผลปีเตอร์หยุดชะงักไปเล็กน้อย อย่างน้อยระยะห่างของทั้งคู่ก็เริ่มแคบลง

                “ ทีนี้ก็ไม่มีอะไรจะเด่นไปกว่าคิ้วของนายแล้วนะ ” ปีเตอร์หัวเราะขบขัน กับประโยคทักทายประหลาดๆของคนตรงหน้า แฮรี่เพื่อนรักของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยซักนิด

                “ เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ” ระยะเวลาที่ห่างกันไปนาน มีเรื่องราวมากมายที่แฮรี่อยากฟังจากปากของเพื่อนสนิทคนนี้

                แฮรี่บอกกับตัวเองว่า บางทีอาจจะเป็นเขาเองก็ได้ที่ความรู้สึกเปลี่ยนไป...

 

...................................................................................................

 

                นายยังเป็นคนสำคัญของฉันเสมอ พีท ...แล้วฉันยังมีความสำคัญกับนายบ้างไหม? ” 

 

            สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าการนอนกอดระเบิดเวลาที่นับถอยหลังสู่ความตายของแฮรี่ ออสบอร์น คือการที่ถูกคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด ปฏิเสธคำขอร้องจากปากของเขา ปีเตอร์ไม่หยิบยื่นให้แม้แต่ความหวัง หนทางที่จะช่วยชีวิตเขาจากโรคร้ายของตระกูลได้ ในวันที่เขาบอกว่ากำลังจะตาย และหนทางที่จะช่วยเขาได้คือเลือดของสไปเดอร์แมน สิ่งที่ปีเตอร์มอบให้มีเพียงแค่คำว่า “ ฉันจะพยายาม ” แล้วเดินจากไป

                หลังจากวันนั้น แฮรี่เริ่มใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการจมอยู่กับตัวเอง อยู่กับสิ่งที่เขาหวาดกลัวมาตลอด “ความเดียวดาย ” เขาดื่มหนักเพื่อให้สมองไม่มีที่ว่างพอจะคิดทำอะไร อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เขาหลับได้มากขึ้นในแต่ละวัน ในตอนนี้แฮรี่เลิกคิดถึงเรื่องหนทางที่จะรักษาชีวิตไปแล้ว แต่อย่างน้อยๆจนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย  เขาอยากให้ปีเตอร์เป็นคนที่อยู่เคียงข้างจนกว่าจะหมดลมหายใจ

                “ จำไว้นะพีท ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะยืนข้างนายเสมอ”

                ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม  เขานอนร้องไห้เงียบๆอยู่บนโซฟา เมื่อนึกถึงคำสัญญาที่เคยพูดกันในวัยเด็ก ไม่ว่าเมื่อไรปีเตอร์ก็คือที่หนึ่งสำหรับเขาเสมอ  แล้วตัวเขาเองมีค่าแค่ไหนสำหรับอีกฝ่าย  ในเมื่อเพื่อนก็มีคนรักอยู่แล้ว  จะเหลือที่ตรงไหนเป็นพื้นที่ให้เขาได้ยืน?

                ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานแค่ไหน ที่เขาร้องไห้จนเผลอหลับไป แฮรี่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเรียกเขา ชายหนุ่มพยายามที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นมอง

                “ สไปเดอร์แมน ” ราวกับแสงแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง อย่างน้อยปีเตอร์ก็ไม่ได้ทิ้งเขาไว้เหมือนกับที่คิดไปจริงๆ  ในนาทีต่อมาตัวเขาก็ถูกผลักให้จมลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง เมื่อสไปเดอร์แมนได้ปฏิเสธที่จะมอบเลือดให้ ความหวังสุดท้ายได้หลุดลอยหายไปแล้ว  นั่นทำให้ชายหนุ่มคลั่งจนแทบบ้า  ขว้างข้าวของในห้องจนกระจัดกระจาย  กระจกแตกออกเป็นเสี่ยงเกลื่อนพื้น  แฮรี่หยิบเศษแก้วขึ้นมาชิ้นหนึ่งจ่อไปที่คอของตน  ก่อนที่จะเปลี่ยนใจโยนเศษแก้วนั้นทิ้ง แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

                จะเร่งเวลาตายไปทำไม ในเมื่อยังไงก็ต้องตายอยู่ดี 

 

...................................................................................................

 

                 “ แฮรี่ ได้ตายไปแล้ว ”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาได้มอบให้กับเพื่อนผู้ทรยศ ผู้ทำลายความเชื่อใจของเขาลงอย่างไม่มีชิ้นดี  เป็นความจริงที่ตัวเขาเองได้ตายไป  แต่เขาก็ฟื้นกลับมาจากความตายได้อีกครั้งในร่างใหม่  ต่อจากนี้จะมีชีวิตเพื่อล้างแค้น  เมื่อเขาได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าสไปเดอร์แมนผู้เหยียบย่ำความหวังของเขาคือคนๆเดียวกับเพื่อนที่รักมากที่สุด  ในเมื่อเส้นทางที่ทั้งสองคนเลือกกลายเป็นเส้นขนานที่จะไม่สามารถมาบรรจบกันได้อีก  สิ่งที่ทำได้คงเป็นเพียงการพรากสิ่งที่ปีเตอร์รักมากที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าการที่ต้องสูญเสียทุกอย่างไปมันเป็นยังไง

 

“ จำไว้นะพีท ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะยืนข้างนายเสมอ ”

“ ฉันเองก็จะไม่มีวันทิ้งนาย แฮรี่ ฉันสัญญา ”

 

คำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงอีกต่อไป

 

...................................................................................................

สาบานว่าแถจบ 555

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Instagram